น่าน-ลักลอบตัดไม้สักข้างถนน
โดย www.nanclip.com    0 543 เวลา 00:00 น.


คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น





        น่าน-เศรษฐกิจย่ำแย่  มิจฉาชีพโผล่สารพัดรูปแบบ  ล่าสุดย่องตัดไม้สักตามไร่-สวนชาวบ้าน และป่าลึก   เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้พร้อมของกลางไม้ เลื่อยโซ่ยนต์  นายอำเภอสั่งดำเนินคดีเฉียบขาด

                   เมื่อวันที่ 4  เมษายน  2554 เวลา 16.00 น.  นางขวัญใจ  มนูญพงศ์  อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 212/21 ถ.มหายศ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน  ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.อธิคม  คำเทพ พนักงานสอบสวน สภ.เชียงกลาง ว่าถูกลักลอบตัดต้นไม้สักขนาดใหญ่ไปจากสวนโฉนดเลขที่ 4820 หมู่ 5 ต.เชียงกลาง อ.เชียงกลาง จ.น่าน จำนวน 1 ต้น 

                   นางขวัญใจ  มนูญพงศ์  อายุ 59 ปี  เล่าว่า  ได้ปลูกต้นสักไว้ในสวนซึ่งอยู่ริมถนนสายเชียงกลาง-ทุ่งช้าง และจะแวะเวียนมาดูประมาณเดือนละ 1 ครั้ง  โดยจะอาศัยเพื่อนซึ่งอยู่ในอำเภอเชียงกลางเป็นผู้คอยดูแลให้ และล่าสุดเพื่อนได้โทรศัพท์มาแจ้งว่ามีชาวบ้านพบเห็นว่ามีกลุ่มบุคคลเข้าไปลักลอบตัดต้นไม้สักในสวนของตน  จึงเดินทางเข้าดูและพบว่าต้นสักได้ถูกตัดไปเหลือแต่ตอ จึงได้เข้าแจ้งความ

ซึ่งต่อมานายประสาศน์   ภาคธูป  นายอำเภอเชียงกลาง  พร้อมด้วย  พ.ต.อ.วีระวุธ  ชัยชนะมงคล ผกก.สภ.เชียงกลาง   ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจติดตามขยายผลจนสามารถจับกุมนายขันทอง  วังสาร อายุ 45 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ 154 ต.ปัว อ.ปัว จ.น่าน และนายมิตร บุญแทน อายุ43 ปี อยู่บ้านเลขที่27 หมู่ 7 ต.ไชยวัฒนา อ.ปัว จ.น่าน  พร้อมของกลางไม้สักขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1เมตร ยาว 15 เมตร  จำนวน 1 ต้น และรถบรรทุก 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน  80-5093น่าน          เครื่องปั่นไฟ 1 เครื่อง และเลื่อยโซ่ยนต์ 1เครื่อง  ที่บ้านพัก

                   จากการสอบสวนทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลักลอบตัดไม้สัก  โดยจะนำไปผ่าและขายตามโรงเลื่อยหรือผู้ที่อยากได้ไม้สัก  เจ้าหน้าที่บันทึกเป็นหลักฐานก่อนตั้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาติ                         ดำเนินคดีตามกฎหมาย

                   อย่างไรก็ตามหลังมีเหตุการณ์ลักลอบตัดไม้สักขนาดใหญ่ครั้งนี้เกิดขึ้น ชาวบ้านได้พากันวิพากษ์ วิจารณ์  และให้ข้อมูลว่ามีเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง  ที่ผ่านมาจะลักลอบตัดไม้สักข้างถนนในเขตพื้นที่อ.ปัว และอ.เชียงกลาง โดยจะมีบุคคลมีสี  มีตำแหน่งเป็นผู้คอยเคียร์เปิดทาง  และครั้งนี้ก็ในลักษณะเช่นเดียวกันแต่พอดีไปตัดโค่นใส่ต้นสักในพื้นที่มีเจ้าของ ซึ่งคาดว่าผู้ตัดน่าจะเข้าใจว่าเป็นต้นสักข้างถนน 

            ด้าน นายประสาศน์   ภาคธูป  นายอำเภอเชียงกลาง  กล่าวว่า     ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้วจึงได้สั่งการให้นายสมเกียรติ  อาจสังฆ์ ปลัดอาวุโสฝ่ายปกครอง ร่วมเข้าไปตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ซึ่งถือว่ากลุ่มขบวนการลักลอบตัดต้นไม้ ไม่เกิดเกรงกลัวการถูกจับกุม  เพราะกล้าที่จะใช้เลื่อยยนต์ตัดต้นไม้  ซึ่งอยู่ติดถนนสายหลักเชียงกลาง-ทุ่งช้าง  ทั้งนี้ปัญหาปัจจุบันเริ่มทวีความ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของรัฐมีน้อย กำลังออกตรวจพื้นที่ป่า ไม่เพียงพอ ไม่ทั่วถึง ทำให้กลุ่มมอดไม้อาศัยช่องโหว่นี้ลักลอบตัดต้นไม้   ดังนั้นจึงจะต้องเข้มงวดมากขึ้น ในเรื่องการป้องกันการทำลาย และบุกรุกทรัพยากรป่าไม้ โดยแผนที่จะดำเนินการต่อไป จะต้องมีการประชุมผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน เพื่อหารือถึงการป้องกัน เพื่อดูแล และป้องกันการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ โดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะประชาชน ที่จะต้องค่อยเป็นหูเป็นตามากยิ่งขึ้น



 
 


ตำรวจภาค 5 ลงพื้นที่เร่งรัด 4 คดี โยงพัวพัน นายกสมาคมสลากฯ
 
ผวจ.น่าน เร่งตรวจสอบเหตุดินแยกบ้านก่อก๋วงใน
 
น่าน-ฝนตกหนัก ดินภูเขาสไลด์ปิดทางเข้าออกหมู่บ้าน
 
มอดไม้ยังทำลายป่าน่านไม่หยุด ทหารสนธิกำลังทุกฝ่ายปราบจริงจัง
 
เกษตรกรน่าน ฝืนใจพ่นยาฆ่าหญ้า เตรียมพื้นที่ปลูกข้าวโพด
 
ภารกิจล่าเสือกลางปาฝาง พบเป็นแมวดาว วอนอย่าไล่ล่า
 
ทหารสนธิกำลัง ตรวจสอบพื้นที่ป่าเบญจพรรณถูกแผ้วถางปลูกยางพารา
 
ซ้อมแผนอพยพประชาชนหนีน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม
 
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบัน
อันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของ
ความคิดเห็นนั้น
4. เว็บไซต์นี้เป็นเพียงสื่อกลางเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับผู้ออกความคิดเห็น ดังนั้น ไม่สามารถใช้ข้อความในเว็บนี้อ้างอิงทางกฎหมายใด ๆ ได้
5. แจ้งลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมได้ที่ E-mail : sunmoon13@gmail.com